มันนิ, มานิ (ซาไก)
ชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในตอนใต้ของประเทศไทย หรือที่ชาวภาคใต้ทั่วเรียกกันว่า “เงาะ” พวกเค้าจะเรียกว่า มันนิ เป็นชนกลุ่มน้อยเผ่าหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย มีความแตกต่างจากคนไทย เช่น จังหวัด พัทลุง ตรัง สตูล ยะลาและนราธิวาส ตลอดไปจนถึงประเทศมาเลเซีย เป็นวัฒนธรรมอยู่กับการล่าสัตว์ มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย รูปร่างลักษณะสัณฐานของซาไก ผิวค่อนข้างดำไปทางน้ำตาลไหม้ ผมหยิก คิ้วโตหนา จมูกแบนกว้าง ริมฝีปากหนา ท้องป่อง นิ้วมือนิ้วเท้าใหญ่ ซาไกทั่วไปมีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม ที่อยู่ของซาไก เมื่อก่อนจะอยู่ตามเพลิง หรือทับ แต่ปัจจุบันวิถีชีวิตเริ่มเปลี่ยนแปลงมากขึ้น มีการสร้างบ้านเรือน ปลูกผักทำเกษตรมาขายที่ตลาด ใช้เงินตราเป็น พูดภาษาไทยได้ ในภาพที่เห็นเป็นภาพเด็กชายคนังเงาะน้อย ผู้ซึ่งเป็นเงาะป่าที่โชคดีที่สุด ได้รับตำแหน่งเป็นมหาดเล็กของราชกาลที่ ๕ ครั้นที่ท่านรัชกาลที่ ๕ เสด็จประพาสป่าที่จังหวัดพัทลุงและทรงโปรดปรานเงาะมาก จึงนำไปเลี้ยงดูและดูแลเป็นอย่างดี พวกซาไกหรือเงาะป่านี้จะเก่งและเชี่ยวชาญหรือการของล่าสัตว์ ปีนต้นไม้ ยาสมุนไพร เพราะพวกเค้าอยู่ใกล้กับธรรมชาติ อาวุธที่ใช้ล่าสัตว์ ได้แก่ กระบอกไม้ไผ่ (บอเลา) ลูกดอก (บิลา) ลูกดอกที่อาบด้วยยาพิษ ซึ่งยาพิษนี้นำมาจากยางไม้หรือต้นน่อง หรืออีโป๊ะ มีพิษรุนแรงมาก ทำให้สัตว์ที่ได้รับพิษจะตายทันที ถัดไป เป็นรากไม้ ภาษาเงาะเรียกว่า อัมป์ เป็นยาใช้คุมกำเนิด รากไม้แข็งๆ กินกับหมากหรือแทะกินเฉยๆ คุมกำเนิดได้ ถ้าต้องการมีลูกก็หยุดกินเมื่อนั้น นอกจากนี้ยังมีสมุนไพรต่างๆ ที่ช่วยรักษา เช่น ยาแก้ปวดเมื่อย แก้เหน็บชา แก้ไข้ ยาเสริมสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งพวกเงาะได้ชื่อว่า เป็นเจ้าแห่งขุนเขาและสมุนไพ ส่วนถัดมาเป็นเครื่องดนตรี ทำมาจากกระบอกไม้ไผ่ ใช่ดีด เรียกว่า บาแตซ ชาวซาไกจะมีการแสดงดนตรี และร้องรำทำเพลงในโอกาสที่มีงานรื่นเริง เช่น งานแต่งงาน ส่วนในพิธีกรรมอย่างอื่น เช่น งานศพ จะไม่มีการเล่นดนตรี เพราะถือว่าเป็นการสูญเสียญาติพี่น้อง จึงไม่ควรแก่การสนุกสนานรื่นเริง
มีเงาะป่าในอำเภอธารโต จังหวัดยะลา สมเด็จพระศรีนครินทร์ทราบรมราชชนนี ได้พระราชทานนามสกุลให้กับกลุ่มเงาะเหล่านั้น ว่า ศรีธารโต เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๖ แต่ปัจจุบันเงาะป่าในธารโต ก็เริ่มลดลงและไปอยู่ในป่าแถบมาเลเซียกันมากขึ้น