พร้าจะโหนงและมีดจะโหนงเป็นอาวุธยาวชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกชื่อเหมือนกันทั้งในกลุ่มชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม มีการใช้งานตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส โดยหากมีด้ามยาวเรียกว่า “พร้าจะโหนง” และหากมีด้ามสั้นเรียกว่า “มีดจะโหนง” พร้าจะโหนงและมีดจะโหนงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ตัวผู้ และ ตัวเมีย สามารถสังเกตความแตกต่างได้จากความยาวของตาพร้าและลักษณะหงอนบริเวณสันพร้า ดังนี้
1. ตัวผู้ ตาพร้ามีความยาว และปลายพร้าเชิดงอนขึ้นเล็กน้อย มีหงอนขนาดใหญ่และม้วนเป็นขด
2. ตัวเมีย ปลายพร้าไม่เชิด แต่โค้งไปในลักษณะทื่อ ๆ มีหงอนขนาดเล็กและไม่ม้วน หรือหากม้วนก็จะม้วนเพียงเล็กน้อย
คอของพร้าจะโหนงมีลักษณะสั้นกว่าคอพร้าธรรมดาที่ใช้สำหรับการทำงานทั่วไป ส่วนการประดิษฐ์ลวดลายจะใช้วิธีกลึงให้มีลักษณะกลม แล้วเซาะร่องเป็นวง ๆ และแกะสลักลวดลายกระหนกในรูปแบบเครือเถาตามความนิยมของชาวไทยมุสลิม สำหรับด้ามไม้ที่นำมาประกอบเป็นด้ามพร้า จะมีการคัดเลือกไม้ที่มีคุณภาพดี
พร้าจะโหนงเป็นอาวุธที่ได้รับการประดิษฐ์และพัฒนารูปแบบขึ้นมาเพื่อใช้งานมาประมาณ 200 ปีแล้ว นอกจากใช้เป็นอาวุธประจำตัวและพกพาเพื่อแสดงถึงความโก้เก๋แล้ว ยังใช้สำหรับป้องกันตัวและกำจัดผู้ที่ถูกมองว่าเป็นคนชั่วร้าย จึงถือเป็นอาวุธที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมของชาวใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส