1. ลูกปัดที่ทำจากหิน
การผลิตลูกปัดหินเริ่มจากการนำหินมาขึ้นรูปให้ได้รูปร่างตามต้องการ จากนั้นเจาะรูสำหรับร้อย โดยใช้วัสดุที่มีความแหลมคมและมีความแข็งมากกว่าหินที่นำมาทำลูกปัด ซึ่งอาจเป็นโลหะหรือหิน วิธีการเจาะใช้การหมุนปลายแหลมเจาะจากทั้งสองด้านเข้าหากันจนรูทะลุถึงบริเวณกึ่งกลางของเม็ดลูกปัด เมื่อเจาะรูเรียบร้อยแล้ว จึงนำมาขัดหรือตกแต่งผิวให้เรียบและสวยงาม
2.ลูกปัดแก้วชนิดสีเดียว
ลูกปัดแก้วชนิดสีเดียวมีวิธีการผลิตหลายวิธี ได้แก่
3.ลูกปัดแก้วชนิดหลายสี
ลูกปัดแก้วหลายสีมีวิธีการผลิตหลายรูปแบบ ได้แก่
การทำลวดลายคล้ายหินอ่อน เทแก้วหลอมละลายหลายสีให้ไหลผ่านท่อหรือหลอด เพื่อให้สีต่าง ๆ ผสมกันจนเกิดลวดลายคล้ายหินอ่อน
การทำให้เป็นชั้น ๆ ในเนื้อแก้ว นำแก้วหลอมละลายสีหนึ่งเทเป็นแผ่น แล้วเทแก้วอีกสีหนึ่งลงด้านบน ทำซ้ำตามจำนวนและสีที่ต้องการ
การอัดชิ้นแก้ว นำชิ้นแก้วขนาดเล็กที่มีสีแตกต่างกันหลายสีมาอัดรวมกัน แล้วขึ้นรูปเป็นลูกปัด
การพัน นำเส้นแก้วที่มีสีต่างกันมาพันสลับสีโดยรอบแกนแก้ว ทั้งในแนวขวางหรือแนวยาวของลูกปัด จากนั้นตัดเป็นท่อนเล็ก ๆ ตามขนาดที่ต้องการ
4. ลูกปัดหน้าคน
ลูกปัดหน้าคนมีลักษณะเป็นแผ่นกลมคล้ายกระดุม มีอายุประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาล และเป็นสัญลักษณ์แทนพระอาทิตย์ ลักษณะสีของลูกปัดเป็นแบบริ้วลายสลับสี ซึ่งไม่แตกต่างจากลักษณะของลูกปัดโบราณประเภทอื่น ๆ
5. ลูกปัดหินรูปสัตว์
ลูกปัดหินรูปสัตว์มีการทำเป็นรูปเต่า โดยเจาะรูบริเวณกึ่งกลางลำตัวสำหรับร้อย และทำจากหินสีเขียว
6. ลูกปัดคาร์เนเลียน–โอนิกซ์
ลูกปัดคาร์เนเลียน–โอนิกซ์ทำจากแร่ประกอบหินในตระกูลควอตซ์ มีลักษณะพิเศษ คือ มีเนื้อสีส้มแบบคาร์เนเลียน และมีแถบสีดำเป็นแนวตรงขนานกัน 2 แถบแบบโอนิกซ์ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมโดยการฝังเส้นสีขาวคร่อมแถบสีดำทั้งสองแถบ ทำให้เกิดเป็นลูกปัด 3 สี โดยมีสีพื้น 2 สี ได้แก่ สีส้มและสีดำ และมีสีตกแต่งอีก 1 สี คือ สีเขียว