วัฒนธรรมจากฮินดู
วัฒนธรรมจากฮินดู
วัฒนธรรมฮินดูสู่ศรีวิชัย ดังภาพที่เห็นแผนที่คาบสมุทรทองคำนี้ พุทธศตวรรษที่ ๗-๘ ชาวตะวันตกพวกอินเดีย กรีก และโรมัน แถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขยายการค้าทางทะเลมายังบ้านเมืองแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศจีน สำหรับเส้นทางโบราณที่เป็นข้อพิสูจน์ว่า เมืองตะโกลานั้นคือ เมืองตรัง มีเส้นทางเดินผ่านตลอดไปถึงแม่น้ำตาปีที่อ่าวบ้านดอนได้ โดยมีคลองโอ๊กกับคลองมีนเป็นลำน้ำเชื่อมโยงถึงกันได้ เป็นการแล่นเรือผ่านไปตามไครเสเชอโสเนโสส (เกาะทองหรือสุวรรณทวีป) จนไปถึงอ่าวบ้านดอน หลังจากนั้นยังสามารถแล่นเรือต่อไปยังเวียดนามและจีนได้โดยไม่ต้องผ่านทางช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นทางอ้อมและมีโจรสลัดชุกชุม เมื่อมีการคมนาคมขนถ่ายสินค้าต่อเนื่องมาทุกสมัย จึงทำให้เกิดชุมชนที่เจริญรุ่งเรืองขึ้น เมืองต่างๆ จึงเกิดขึ้นตามเกาะทอง รวมทั้งเมืองตักโกลา(ตะโกลา) เมืองสำคัญอีกแห่งหนึ่งใกล้กับเมืองพัทลุงนั้นมีเมืองปะเหลียน (เมืองปะลันดา PALANDA) เป็นเมืองเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่ตั้งมาพร้อมกับเมืองตะโกลา (เมืองตรัง) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑,๘๐๐ ปี มีชื่อปรากฏในบันทึกภูมิศาสตร์ของปโตเลมีว่า ปะลันดา เมืองนี้มีแม่น้ำปะเหลียนเป็นแม่น้ำเคียงคู่ไปกับแม่น้ำตรัง ที่ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขึ้นบกต่อไปไปเมืองพัทลุงได้ และยังใช้ข้ามคาบสมุทรไปสู่ดินแดนตะวันออกได้ จึงทำให้เมืองปะเหลียนเป็นเมืองท่า มีท่าเรือตันหยงสตาร์ ที่ใช้จอดเรือสำเภาขนาดใหญ่และใช้เป็นเส้นทางผ่านข้ามคาบสมุทร เดิมนั้นเป็นเมืองที่ขึ้นอยู่กับเมืองพัทลุง ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ อำเภอปะเหลียนได้ยุบรวมเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตรัง พระยาปริยันต์เกษตรานุรักษ์ (ทองขาว ณ พัทลุง) นั้นเป็นเจ้าเมืองปะเหลียนคนสุดท้าย ก่อนที่พระยารัษฎานุประดิษฐ์ เจ้าเมืองตรังจะเข้ามาปกครอง พ.ศ.๒๔๕๐ เมืองปะเหลียนนี้ ไม่มีทำเลที่แน่นอนเลยสักสมัย จึงมีการเปลี่ยนแปลงทั้งชื่อและที่ตั้งอยู่เสมอทั้งๆที่เป็นเมืองโบราณเหมือนกัน ตะโกลา ในสมัยโบราณและเป็นจุดที่ชาวอินเดียเดินทางไปยังเมืองตามพรลิงค์ เมืองครหิและเมืองไชย ซึ่งต่อมาเป็นชุมชนที่ชาวอินเดียได้นำวิทยาการที่เป็นอารยธรรมอินเดียโบราณเข้ามาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิครั้งแรก รวมทั้งการเกิดศาสนาพราหมณ์ที่ชุมชนเขาคา ด้วย จึงเห็นได้ว่าศาสนาแรกเริ่มคือศาสนาพราหมณ์ ดังที่เห็นศิวลึงค์ตรงนี้ สัญลักษณ์ที่สำคัญของพระศิวะ เทพเจ้าในศาสนาฮินดูใช้ในการบูชาสักการะในโบสถ์วิหารฮินดู ด้านบนรูปพระนารายณ์ทรงครุฑในทางคัมภีร์พุทธเวทย์ และศาสนาพราหมณ์ นับถือยกย่องว่าพระนารายณ์เป็นเทพเจ้าสูงสุด ที่มีเทวฤทธิ์ เหนือเทพเจ้าอื่น มีหน้าที่ปราบปรามจักรวาล เป็นมหาเทพผู้มีหน้าที่อำนวยความสุข ความสงบ ความสบายแก่ผู้บูชา คราวใดที่โลกมีทุกข์เดือดร้อน วัตถุที่ใช้ในการประกอบพิธีพราหมณ์ เช่น สังข์สำริด สังข์ เชื่อกันว่าเป็นของที่เป็นมงคลอย่างสูงหรือใช้ในงานพิธีต่างๆ ฐานสังข์สำริด มีขาตั้งรูปหัวพญานาค หรืองูใหญ่ตามความเชื่อของฮินดู ส่วนพระพิมพ์ดินดิบด้านบนรูปแบบศิลปะพระพิมพ์ดินดิบทรงกลม ขนาดเล็ก และพระพิมพ์ดินดิบอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า จำนวน ๑๐ อัน มีรูปพระพุทธรูปประทับนั่งสมาธิปางนาคปรก พระพักตร์กลม ขนาบข้างด้วยพระโพธิสัตว์ประทับยืน ด้านบนเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประทับนั่งบนฐานบัว จำนวน ๓ องค์ ประทับนั่งสลับกับรอยกดประทับรูปสถูป จัดอยู่ในศิลปะศรีวิชัย และสถูปดินเผาจำลองมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๕ สถูป และ เจดีย์ เรามักรวมเรียกว่า “สถูปเจดีย์” หรือ “เจดีย์” มีความหมายเฉพาะ ถึงสิ่งก่อสร้างในพุทธศาสนาที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิ หรือเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป หรือเพื่อเป็นที่ระลึก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ในสมัยหลังลงมาคงมีการสร้างสถานที่เพื่อบรรจุอัฐิธาตุ และเพื่อเคารพบูชาระลึกถึงพร้อมกันไปด้วย